รถไฟ

ประวัตการรถไฟิการขนส่งทางรถไฟ (ผู้โดยสาร)
ประวัติการขนส่งผู้โดยสารทางรถไฟ
- อังกฤษเป็นประเทศแรกที่มีการขนส่งทางรถไฟเปิดการเดินรถเมื่อปี ค.ศ.1823 ระหว่างเมืองดาร์ลิงตัน-สต็อคตัน สายที่สอง ลิเวอร์พูล-แมนเชสเตอร์

-ประเทศไทยเริ่มรู้จักรถไฟ เมื่อพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร โปรดให้เซอร์ จอห์น บาวริ่ง ฑูตพิเศษนำรถไฟจำลองเป็นราชบรรณาการ

- พ.ศ.2429 รัฐบาลไทยอนุมัติสัมปทานแก่บริษัทชาวเดนมาร์ก ให้สร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ ระยะทาง 21 กม.

- 26 มีนาคม พ.ศ.2439 รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดการเดินรถไฟระหว่างกรุงเทพฯ-อยุธยา ระยะทาง 71 กม. ถือเป็นวันสถาปนากิจการรถไฟหลวง

- พ.ศ.2504 เริ่มโครงการ Dieselization โดยจัดหารถจักรดีเซลมาใช้แทนรถจักรไอน้ำ ใช้เวลา 14 ปี จึงแล้วเสร็จ
- 1 กรกฎาคม พ.ศ.2494 เปลี่ยนฐานะกิจการรถไฟหลวงมาเป็นรัฐวิสาหกิจ ชื่อ การรถไฟแห่งประเทศไทย

เส้นทางรถไฟในประเทศไทย
สายเหนือ
    แยกออกจากทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีชุมทางบ้านภาชี ผ่านลพบุรี , นครสวรรค์ , พิจิตร , พิษณุโลก ,อุตรดิตถ์, เด่นชัย(จังหวัดแพร่), ลำปาง, ลำพูน สุดปลายทางที่สถานีเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่(กม.751) และที่สถานีชุมทางบ้านดารามีทางแยกไปสุดปลายที่สถานีสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย (กม.457)


สายตะวันออกเฉียงเหนือ


เริ่มจากสถานีกรุงเทพมุ่งไปทางทิศเหนือ ผ่านอยุธยา, สระบุรี, นครราชสีมา บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และสุดปลายทางที่อุบลราชธานี (กม.575) ที่ชุมทางถนนจิระในจังหวัดนครราชสีมา มีทางแยกไปจังหวัดขอนแก่น อุดรธานี สุดปลายทางที่หนองคาย(กม.624) และที่สถานีแก่งคอย จังหวัดสระบุรีมีทางแยกผ่านลำนารายณ์ จังหวัดลพบุรี, จัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ(กม.346)
 

สายตะวันออก


เริ่มจากสถานีกรุงเทพ ผ่านฉะเชิงเทรา,ปราจีนบุรี สุดปลายทางที่อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว (กม. 255) ทางช่วงนี้ที่สถานีชุมทางคลองสิบเก้า(กม. 85) มีทางแยกไปบรรจบทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีชุมทางแก่งคอย(กม.168)ที่สถานีชุมทางฉะเชิงเทรา(กม.61 ) มีทางแยกไปท่าเรือน้ำลึกสัตหีบ(กม.134) ซึ่งในทางช่วงนี้ที่สถานีชุมทางศรีราชามีทางแยกไปท่าเรือ-แหลมฉบัง (กม. 139) และสถานีชุมทางเขาชีจรรย์มีทางแยกไปยังนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
 

สายใต้


เมื่อแรกสร้างมีจุดเริ่มต้นที่สถานีธนบุรี จนถึงในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้สร้างทางแยกที่สถานีชุมทางบางซื่อ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานพระรามหก ไปบรรจบกับทางรถไฟสายใต้ที่สถานีชุมทางตลิ่งชัน ทางสายนี้ผ่านนครปฐม, ราชบุรี, เพชรบุรี,ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ยะลา สุดปลายทางที่สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ทางรถไฟสายใต้นี้มีทางแยกออกไปอีกหลายสายเริ่มจาก ที่สถานีชุมทางหนองปลาดุก(กม. 80) มีทางแยกไป สุพรรณบุรี (กม. 157) และน้ำตกจังหวัดกาญจนบุรี (กม.210) ที่สถานีชุมทางบ้านทุ่งโพธิ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีทางแยกไปสุดทางที่ คีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี(กม. 678) ที่สถานีชุมทางทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราชมีทางแยกไปสุดปลายทางที่กันตัง จังหวัดตรัง(กม.866) ที่สถานีชุมทาง-เขาชุมทองมีทางแยกไปสุดปลายทางที่นครศรีธรรมราช (กม. 832) และที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ (กม. 945) มีทางแยกไปบรรจบกับทางรถไฟของประเทศมาเลเซียที่ สถานีปาดังเบซาร์ (กม. 990)
สายแม่กลอง

ไม่ได้เริ่มต้นที่สถานีกรุงเทพโดยเริ่มต้นที่สถานีวงเวียนใหญ่ ไปสุดปลายทางที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ระยะทาง33 กม. ช่วงหนึ่ง และเริ่มต้นที่สถานีบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสาคร ไปสุดปลายทางที่สถานีแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ระยะทาง31 กม. อีกช่วงหนึ่ง

ประเภทขบวนรถไฟโดยสาร





ขบวนรถด่วนพิเศษ (Special Express)

- เป็นขบวนรถที่จัดเดินทางระยะไกล หยุดสถานีที่สำคัญๆเท่านั้น รถพ่วงส่วนใหญ่จะเป็นรถนอนธรรมดาและปรับอากาศ คิดค่าธรรมเนียมขบวนรถ แล้วแต่ระยะทาง

ขบวนรถด่วน (Express)

- เป็นขบวนรถที่จัดเดินระยะทางไกล หยุดสถานีที่สำคัญๆเท่านั้น รถพ่วงจะเป็นรถนอนธรรมดาและปรับอากาศ โดยจะมีรถโดยสารชนิดนั่ง พ่วงรวมอยู่ด้วยในบางขบวน คิดค่าธรรมเนียมขบวนรถ แล้วแต่ระยะทาง
ขบวนรถเร็ว (Rapid)

- เป็นขบวนรถที่จัดเดินระยะทางไกล หยุดเกือบทุกสถานี รถพ่วงส่วนใหญ่จะเป็นรถนั่งชั้น 3 คิดค่าธรรมเนียมขบวนรถ ประมาณคนละ 40 บาท

ขบวนรถวิ่งระหว่างเมืองใหญ่ (Inter City)
- เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อนรับ/ส่งผู้โดยสารระหว่างเมืองใหญ่ๆ หยุดเฉพาะสถานีสำคัญๆเท่านั้น ขบวนรถจะเป็นรถดีเซลรางชั้น 2 นั่งปรับอากาศทั้งขบวน คิดค่าธรรมเนียมปรับอากาศพร้อมบริการอาหารกล่องและของว่าง ประมาณคนละ 120 บาท

ขบวนรถธรรมดา (Ordinary)
- เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดสำคัญๆในแต่ละภูมิภาค โดยมีระยะทางระหว่าง 151-600 กม. และหยุดทุกสถานีและป้ายหยุดรถ
รถชานเมือง (Bangkok Commuter)

- เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รัศมีไม่เกิน 150 กม. เพื่อใช้เดินทางไปทำงาน ศึกษาเล่าเรียน และติดต่อค้าขาย หยุดทุกสถานีและป้ายหยุดรถ

ขบวนรถท้องถิ่น (Rural Commuter)

- เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารระหว่างจังหวัด หยุดทุกสถานีและป้ายหยุดรถ รถที่พ่วงจะเป็นรถโดยสารนั่งชั้น 3 ตลอดทั้งขบวน
ขบวนรถรวม (Mixed)
- เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสาร หยุดทุกสถานีและป้ายหยุดรถ รถพ่วงจะเป็นรถโดยสารนั่งชั้น 3 และมีรถสินค้าพ่วงไปด้วยเพื่อรับ-ส่งสินค้า

ขบวนรถท่องเที่ยว (Excursion)
- เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ หยุดเฉพาะสถานีที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น ขบวนรถจะเป็นรถดีเซลรางธรรมดาและปรับอากาศ ค่าโดยสารคิดอัตราพิเศษตามแต่ละรายการ

ชนิดรถโดยสาร
รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 1 ปรับอากาศ
จำนวนที่นั่งและที่นอน
• แบ่งเป็นห้อง ห้องละ 2 ที่ ( เตียงบน , เตียงล่าง ) รวม 12 ห้อง , 24 ที่
การให้บริการ
• ขบวนรถด่วน และรถด่วนพิเศษ
รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 ปรับอากาศ
จำนวนที่นั่งและที่นอน
• ชนิด 40 ที่ ( เตียงบน 20 ที่ , เตียงล่าง 20 ที่ ) ชนิด 36 ที่ ( เตียงบน 18 ที่ , เตียงล่าง 18 ที่ ) ชนิด 32 ที่ ( เตียงบน 16 ที่ , เตียงล่าง 16 ที่ )
การให้บริการ
• ขบวนรถด่วนและรถด่วนพิเศษ
รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2
จำนวนที่นั่งและที่นอน
• ชนิด 36 ที่ ( เตียงบน 18 ที่ , เตียงล่าง 18 ที่ ) ชนิด 26/28/32 ที่ (เตียงบน 13/14/16 ที่ เตียงล่าง 13/14/16 ที่ ตามลำดับ)
การให้บริการ
• พ่วงในขบวนรถด่วนและขบวนรถเร็วในเส้นทางทุกสาย
รถโบกี้ชั้นที่ 2 ปรับอากาศ
จำนวนที่นั่ง
• 48 ที่นั่ง
การให้บริการ
• ให้บริการขบวนรถเร็ว และขบวนรถด่วน
รถกำลังดีเซลรางปรับอากาศ
จำนวนที่นั่ง
•58 และ 80 ที่นั่ง
การให้บริการ
• ให้บริการขบวนรถเร็ว ,ขบวนรถด่วน และขบวนรถด่วนพิเศษ
รถโบกี้ชั้นที่ 2

จำนวนที่นั่ง
• 48 ที่นั่ง
การให้บริการ
• ขบวนรถธรรมดา , ขบวนรถเร็ว , ขบวนรถด่วน และขบวนรถด่วนพิเศษ
รถโบกี้ชั้นที่ 3
จำนวนที่นั่ง
• 76 , 80 ที่นั่ง
การให้บริการ
• ขบวนรถธรรมดา , ขบวนรถเร็ว , ขบวนรถด่วน และขบวนรถด่วนพิเศษ
รถปรับอากาศจัดเฉพาะ
การให้บริการ
• เช่าเหมาทั้งคันพ่วงในขบวนรถโดยสารได้ทุกขบวนตามที่ผู้เช่าต้องการ
การบริการของการรถไฟ
มีอยู่ 2 กลุ่ม
1. กลุ่มขบวนรถบริการเชิงพาณิชย์
2. กลุ่มขบวนรถบริการเชิงสังคม
กลุ่มขบวนรถบริการเชิงพาณิชย์
- ขบวนรถด่วนพิเศษ
- ขบวนรถด่วน
- ขบวนรถเร็ว
- ขบวนรถวิ่งระหว่างเมืองใหญ่
- ขบวนรถท่องเที่ยว
- ขบวนรถสินค้า
กลุ่มขบวนรถบริการเชิงสังคม
- ขบวนรถธรรมดา
- ขบวนรถชานเมือง
- ขบวนรถท้องถิ่น
- ขบวนรถรวม
องค์ประกอบของการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟ
1. ผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟ หมายถึง ผู้ผลิตบริการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟในการสนองความต้องการของผู้ใช้บริการเพื่อบำเหน็จเป็นการค้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
- ผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟโดยรัฐบาล หมายถึง กิจการการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟที่รัฐบาลเป็นเจ้าของและได้ลงทุนในการผลิตบริการขนส่งผู้โดยสารสาธารณะให้แก่ผู้ต้องการใช้บริการเองเพื่อสินจ้าง
- ผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟโดยเอกชน หมายถึง กิจการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟที่รัฐบาลอนุญาตให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการลงทุน
2. ขบวนรถไฟ ขบวนรถไฟประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ หัวรถจักร และตู้รถไฟโดยสาร ปัจจุบันหัวรถลากจูงมี 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
- หัวรถจักรไอน้ำ
- หัวรถจักรดีเซล
- หัวจักรไฟฟ้า
ตู้รถไฟโดยสารสมัยแรกๆทำด้วยไม้แต่ปัจจุบันเป็นเหล็กหรืออลูมิเนียมเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเป็นรถไฟที่เดินทางระยะไกลมักมตู้รถพิเศษ เช่น ตู้รถนอน ตู้รถเสบียงอาหาร เป็นต้น
3. เส้นทางรถไฟ อาจจะแบ่งเส้นทางรถไฟออกเป็น 2 ระบบ คือ
- เส้นทางรถไฟระบบทางเดียว (Single Line) เป็นเส้นทางรถไฟที่สร้างให้ขบวนรถไฟวิ่งได้ขบวนเดียว หากต้องวิ่งสวนทางกัน จะต้องหยุดรอและหลีกกัน มักเสียเวลาเพื่อรอหลีกทาง
- เส้นทางรถไฟระบบทางคู่ (Double Line) เป็นเส้นทางรถไฟที่สร้างคู่กันไปให้ขบวนรถไฟโดยสารวิ่งสวนทางกันได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาในการหลีกทางแต่ค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูงขึ้น
4. สถานีรถไฟ แบ่งออกได้เป็น 3 อย่าง คือ
- สถานีรถไฟต้นทางและปลายทาง เป็นสถานีรถไฟต้นทางหรือปลายทางของเส้นทางบริการที่กำหนดให้
- รถไฟไปอีกขบวนหนึ่งตามเส้นทางที่ต้องการได้
- สถานีรถไฟรายทาง เป็นสถานีรถไฟระหว่างทางของเส้นทางที่ให้บริการ

1 ความคิดเห็น:

ตำรวจรถไฟอยุธยา กล่าวว่า...

ok ให้สาระความรู้ และเนื้อหาอ่านง่าย รอติดตามนะคร๊าบ
ตำรวจรถไฟอยุธยา